วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

สหรัฐฯจับใช้ซอฟต์แวร์เถื่อน

  














                 ทุกวันนี้ สหรัฐฯเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐฯในทุกประเทศทั่วโลกมากขึ้น

                เพราะแต่ละปี ทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐฯ โดยเฉพาะเครื่องหมายการค้าสินค้าแบรนด์ดังๆ  ลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด เพลง ซอฟต์แวร์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่ภาพยนตร์ซีรี่ส์ ทางเคเบิลทีวี ฯลฯ ถูกทั่วโลกละเมิด ด้วยการทำซ้ำ ก็อปปี้ และเอาไปใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้เจ้าของสิทธิ์เสียหายเป็นมูลค่ามหาศาล

              ส่งผลให้สหรัฐฯ ต้องออกกฎหมายหลายฉบับเพื่อป้องกันการละเมิด รวมถึงยังผูกเรื่องละเมิดเข้ากับการค้า โดยประเทศใดที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสหรัฐฯมากๆ ต่อเนื่องกันหลายปี ก็อาจตัดความช่วยเหลือด้านการค้า เช่น ตัดการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ด้วย








              เมื่อเร็วๆ นี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ของไทย ได้รับรายงานจากอัยการสูงสุดประจำมลรัฐอาร์คันซอ สหรัฐฯว่ามีผู้ส่งออกสินค้าผลไม้แปรรูป (รวมทั้งข้าวโพดกระป๋อง) และน้ำผลไม้ของไทย 3 บริษัท ถูกดำเนินคดี

                เนื่องจากต้องสงสัยใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ในกระบวนการผลิตสินค้า เข้าข่ายก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมทางการค้าแก่ผู้ประกอบการในมลรัฐ ตามหลักการของกฎหมายป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมของสหรัฐฯ

                 โดยกฎหมายดังกล่าว กำหนดให้ผู้ผลิตสินค้าที่จะส่งไปขายในมลรัฐต่างๆ ที่มีกฎหมายนี้ใช้บังคับ จะต้องใช้ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ  ที่ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ในการกระบวนการผลิต การขาย และการตลาดทุกขั้นตอน เพื่อป้องกันข้อได้เปรียบของผู้ผลิตที่ใช้ซอฟแวร์ละเมิดลิขสิทธ์ เพราะมีต้นทุนในกระบวนการผลิตต่ำกว่า ซึ่งก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมทางการค้าได้

              และภายใต้กฎหมายฉบับนี้ สหรัฐฯได้จัดตั้งหน่วยบังคับคดีทางการค้า เพื่อสืบสวนเรื่องการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ที่เกิดจากการละเมิดฯเป็นการเฉพาะ ส่งผลให้สหรัฐฯจับกุมดำเนินคดีผู้ใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนในกระบวนการผลิตสินค้าที่ส่งไปขายในสหรัฐฯได้หลายรายแล้ว













                 การดำเนินคดีกับผู้ส่งออกไทยครั้งนี้ ถือเป็นการดำเนินคดีเพิ่มเติมจากก่อนหน้านี้ ที่สหรัฐฯได้ดำเนินคดีกับผู้ส่งออกอาหารแช่แข็งไทยไปยังแมสซาซูเซตส์ และผู้ส่งออกยางรถยนต์ไปเทนเนสซี รวมถึงผู้ส่งออกสิ่งทอจากจีนและอินเดียไปแคลิฟอร์เนีย และผู้ส่งออกในอุตสาหกรรมการบินของบราซิลไปวอชิงตัน

               ดังนั้น กรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงเตือนส่งออกไทยไปสหรัฐใช้ซอฟต์แวร์ถูกลิขสิทธิ์ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ และเพื่อให้สินค้าไทยจำหน่ายในสหรัฐฯ ได้อย่างไม่มีอุปสรรค

               นอกจากนี้ ในปีนี้ ไทยยังคงถูกสหรัฐฯจัดให้เป็นประเทศที่ต้องจับตามองพิเศษ (พีดับบลิวแอล) ตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษเช่นเดิม เพราะการออกกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของไทยหลายฉบับยังไม่สำเร็จ

                ได้แต่หวังว่า หลังจากไทยมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม จะเร่งผลักดันกฎหมายเหล่านั้นให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว และเร่งป้องกันและปราบปรามการละเมิดอย่างเต็มที่ เพื่อให้สหรัฐฯปลดไทยจากพีดับบลิวแอล และทำให้ไทยเป็นประเทศที่มีการละเมิดลดน้อยลงเรื่อยๆ




                                                                             ฟันนี่เอส

                                           22
พ.ค.57

วันพุธที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

รุกปกป้องผลประโยชน์การค้า

    






         ปัจจุบัน สถานการณ์การค้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการไทย ต้องเรียนรู้ เพื่อให้รู้เท่าทัน และเร่งปรับตัวให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่เช่นนั้น อาจเสียเปรียบคู่แข่ง และแข่งขันไม่ได้
   
         ในปีนี้ กรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งของกระทรวงพาณิชย์ ที่มีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนการค้าต่างประเทศ ได้ปรับภารกิจงานทุกด้านให้เป็นเชิงรุกมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการป้องกันและการเฝ้าระวัง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัว และพร้อมต่อการแข่งขันที่สูงขึ้น
   
         โดยมีพันธกิจสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ การป้องกันและรักษาผลประโยชน์ทางการค้า  การสร้างโอกาสและการอำนวยความสะดวกทางการค้า การบริหารจัดการสินค้าเกษตรสำคัญ เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินงานหรือมาตรการรองรับ  และการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคทางการค้าเชิงรุก
   






         ในด้านการปกป้องและรักษาผลประโยชน์ทางการค้า ได้ส่งเสริมและผลักดันให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษทางการค้าระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาค  เช่น  ความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ต่างๆ ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี)  เพื่อให้เกิดความได้เปรียบในการทำการค้า
   
         เพราะที่ผ่านมา แม้ไทยทำความตกลงเอฟทีเอ กับหลายประเทศ แต่ผู้ประกอบการไทย มักไม่ใช้สิทธิประโยชน์ หรือใช้น้อย จึงต้องประชาสัมพันธ์ให้ใช้มากขึ้น อีกทั้งยังได้ดำเนินมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด และมาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของไทย ไม่ใหใครเอาเปรียบได้

         ส่วนการให้บริการและการอำนวยความสะดวกทางการค้า กรมฯ ได้เตรียมความพร้อมไว้รองรับ เพื่อให้การค้าของไทยได้ประโยชน์สูงสุดจากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และจากเอฟทีเอต่างๆ นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้บริการและการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทันสมัย เป็นการอำนวยความสะดวกการค้าให้ผู้ประกอบการมากขึ้น 

         จนส่งผลให้มูลค่าการค้าชายแดนของไทย ในปีงบประมาณ  2556 สูงขึ้นถึง 924,242 ล้านบาท โดยไทยได้เปรียบดุลการค้าประเทศเพื่อนบ้านกว่า 196,151 ล้านบาท







          สำหรับการบริหารจัดการสินค้าเกษตร ได้จับตา  เฝ้าระวัง  และกำหนดมาตรการต่างๆ  พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาการส่งออกสินค้า การกำกับดูแลการนำเข้าสินค้า  การกำกับดูแลคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรส่งออกของไทย เพื่อนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในสินค้า และสร้างภาพลักษณ์การเป็นผู้นำสินค้าเกษตรของโลก 

         ขณะเดียวกัน ยังได้ติดตาม และเผยแพร่มาตรการทางการค้าประเทศต่างๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยรู้เท่าทัน และเตรียมรับมือ อีกทั้งยังได้แก้ปัญหาการค้าต่างๆ  เช่น  ปัญหาแรงงานในกระบวนการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก และยังมีกองทุนเอฟทีเอ  เพื่อช่วยเหลือการปรับตัวของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า ซึ่งได้ให้การช่วยเหลือแล้ว  40  โครงการ

          ในโอกาสครบรอบปีที่ 72 ก้าวย่างเข้าสู่ปีที่ 73 กรมฯ ได้ตั้งเป้าหมายยกระดับจาก ผู้อำนวยความสะดวก”  เป็น ที่ปรึกษาด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้าอย่างมืออาชีพ”  เพื่อหวังส่งเสริม และผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพการแข่งขันสูงสุดในเวทีโลก


                           
                              ฟันนี่เอส


                15
พ.ค.57

วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ทวงคืนตลาดข้าวไทย











                 นับตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้ ดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือก โดยตั้งราคารับจำนำสูงถึงตันละ 20,000 บาทสำหรับข้าวเปลือกหอมมะลิ และตันละ 15,000 บาทสำหรับข้าวเปลือกเจ้า ก่อให้เกิดผลดีและผลเสียมากมายหลายด้าน

                 โดยผลดีที่เห็นชัดเจนที่สุด ตามที่รัฐบาลกล่าวอ้างคือ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาดีขึ้น สามารถปลดภาระหนี้สินได้บางส่วน จากการขายข้าวได้ราคาสูงขึ้น

                 แต่ผลเสีย เช่น เกิดการทุจริต ทำให้รัฐบาลมีค่าใช้จ่ายมหาศาลในการเก็บรักษาข้าวในสต๊อก แม้จะขายได้ตามราคาตลาด หรือใกล้เคียงกัน แต่ก็ยังต่ำกว่าราคารับจำนำ ทำให้ต้นทุนผู้ส่งออกสูงขึ้น จนในบางตลาดไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่ง ทั้งเวียดนาม อินเดีย ปากีสถาน ได้ นำไปสู่การเสียส่วนแบ่งตลาดในตลาดสำคัญๆ






     โดยเฉพาะฮ่องกง ที่แต่ละปีนำเข้าข้าวคุณภาพดี อย่างข้าวหอมมะลิไทยหลายแสนตัน แต่ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ การนำเข้าลดลงมาก!!

                 จากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ ฮ่องกง ประเทศฮ่องกง พบว่า ในปี 50 สัดส่วนการนำเข้าข้าวไทยของฮ่องกงมากถึง 90% ของการนำเข้าจากทั่วโลก แต่ในปี 55 ลดลงเหลือ59.6% และเหลือ 56.4% ในปีถัดมา ขณะที่เวียดนาม ที่ในปี 50 มีสัดส่วนเพียง 0.4% แต่ในปี 55 เพิ่มขึ้นเป็น 25.8% และเพิ่มเป็น 28.7% ในปี 56 ส่วนกัมพูชา สัดส่วนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

                 สาเหตุสำคัญมาจาก ราคาข้าวหอมมะลิไทยสูงขึ้นมาก จากปี 51-56 ราคาส่งออกสูงขึ้นถึง 1692.8% และราคาขายปลีกในฮ่องกงสูงขึ้น 84.2% ส่งผลให้ผู้นำเข้าข้าวระดับกลางถึงใหญ่ของฮ่องกง 41 ราย เหลือเพียง 12 รายที่ยังนำเข้าจากไทย แต่เวียดนามมีราคาถูกกว่าไทยเฉลี่ย 40%  

                 และยังมีปัญหาการปลอมปน ที่ผู้นำเข้าบางรายนำข้าวราคาถูกมาผสมกับข้าวหอมมะลิไทย เพื่อขายในราคาต่ำ ทำให้ภาพลักษณ์ข้าวหอมมะลิไทยเสียหาย ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่น และกระทบต่อการนำเข้า






                 ส่งผลให้กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เร่งแก้ปัญหา และเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้นำเข้า รวมถึงผู้บริโภค เพื่อดึงส่วนแบ่งตลาดข้าวไทยในฮ่องกงกลับมาให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดี ได้นำคณะผู้ส่งออกข้าวไทย ไปทวงตลาดข้าวไทยที่ฮ่องกง และได้ผลเป็นที่น่าพอใจ

     โดยผู้นำเข้าข้าวไทยรายใหญ่ในฮ่องกง ยืนยันว่า ส่วนแบ่งตลาดข้าวไทยจะกลับมาในเร็วๆ นี้ เพราะนอกจากจะเป็นผลจากการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้นำเข้าข้าวไทย และผู้บริโภคมั่นใจว่าจะได้บริโภคข้าวหอมมะลิไทยแท้ โดยไม่มีการปลอมปนแล้ว

     อีกสาเหตุคือ ขณะนี้ ราคาข้าวไทยลดลงมาอยู่ในระดับที่แข่งขันได้แล้ว ทำให้ภัตตาคาร/ร้านอาหาร ที่เคยซื้อข้าวจากคู่แข่ง หันกลับมาใช้ข้าวไทยเช่นเดิม เพราะคุณภาพเหนือกว่ามาก ส่วนผู้บริโภคครัวเรือนยังนิยมใช้ข้าวหอมมะลิไทยเช่นเดิม ขณะเดียวกัน ปัญหาการปลอมปนเริ่มคลี่คลายลง

     ส่วนตลาดอื่นๆ ที่ไทยเสียไปแล้วก็กำลังเดินหน้าทวงคืนเช่นกัน อย่างฟิลิปปินส์ อิรัก หรือบางประเทศในแอฟริกา เป็นต้น

     เมื่อได้ส่วนแบ่งตลาดกลับมาแล้ว ก็ต้องรักษาไว้ให้ได้ หวังว่า ในอนาคตนโยบายข้าว จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกอีกแล้ว ไม่เช่นนั้น คงต้องแก้ปัญหาเป็นลิงแก้แห ยิ่งแก้ยิ่งวุ่นอีก!!



ฟันนี่เอส



8 พ.ค.57

วันอังคารที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2557

มาตรฐานใหม่ข้าวหอมมะลิไทย











          ตั้งแต่เดือนก.พ.57 เป็นต้นมา ผู้ส่งออกข้าวหอมมะลิไทย ต้องดำเนินการตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องกำหนดให้ข้าวหอมมะลิไทยเป็นสินค้ามาตรฐาน และมาตรฐานสินค้าข้าวหอมมะลิไทย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2556

           โดยประกาศดังกล่าว กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้ปรับปรุงมาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยสำหรับการส่งออกใหม่เป็น 2 ชั้น คือ ข้าวหอมมะลิไทยชนิดพิเศษ (Prime Quality Thai Hom Mali Rice) ต้องมีข้าวหอมมะลิไทยไม่น้อยกว่า 98% โดยปริมาณ ส่วนอีกไม่เกิน 2 % ผสมข้าวชนิดอื่น

         และข้าวหอมมะลิไทย (Thai Ham Mali Rice) ต้องมีข้าวหอมมะลิไทยไม่น้อยกว่า 92% โดยปริมาณ จากเดิมที่กำหนดเพียงชั้นเดียวคือ ข้าวหอมมะลิไทย ที่มีข้าวหอมมะลิไทยไม่น้อยกว่า 92% เท่านั้น หากมีข้าวชนิดอื่นผสมเกิน 8% จะไม่ถือว่าเป็นสินค้ามาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยตามประกาศฉบับนี้

          นอกจากนี้ ยังได้แบ่งสินค้ามาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยเป็น 2 ประเภทคือ ข้าวขาว และข้าวกล้อง โดยข้าวขาวแบ่งเป็น 8 ชนิดคือ ข้าวขาว 100% ชั้น 1, ข้าวขาว 100%  ชั้น 2, ข้าวขาว 100% ชั้น 3, ข้าวขาว 5%, ข้าวขาว 10%, ข้าวขาว 15%, ข้าวขาวหักเอวันเลิศพิเศษ และข้าวขาวหักเอวันเลิศ







           ส่วนข้าวกล้อง แบ่งเป็น 6 ชนิดคือ ข้าวกล้อง 100% ชั้น 1, ข้าวกล้อง 100% ชั้น 2, ข้าวกล้อง 100% ชั้น 3, ข้าวกล้อง 5%, ข้าวกล้อง 10% และข้าวกล้อง 15%

              โดยสินค้ามาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยทุกชั้น ทุกประเภท และทุกชนิด จะต้องมีความชื้นไม่เกิน 14% มีลักษณะทั่วไปเมื่อผ่านกระบวนการสีแล้วเป็นข้าวเมล็ดยาว มีความขาว ท้องไข่น้อยตามธรรมชาติ ไม่มีแมลงที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นต้น  

             การกำหนดมาตรฐานใหม่นี้ กรมการค้าต่างประเทศ ต้องการยกระดับคุณภาพมาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยให้สูงขึ้น เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และเป็นไปตามความต้องการของผู้บริโภคในหลายประเทศ เช่น ฮ่องกง จีน ที่ต้องการบริโภคข้าวหอมมะลิไทยชนิดพรีเมี่ยม หรือมีคุณภาพดี แม้ราคาสูง
เพราะรสชาติ ความหอม และความเหนียวนุ่ม จะแตกต่างจากข้าวชนิดอื่นๆ มาก







            ในกรณีที่ส่งสินค้ามาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยออกไปนอกราชอาณาจักร โดยบรรจุกระสอบ หรือภาชนะอื่นใด ผู้ส่งออกต้องแสดงข้อความภาษาอังกฤษว่า Prime Quality Thai Hom Mali Rice หรือ Thai Hom Mali Rice ตามชั้นคุณภาพที่ส่งออก ที่เห็นได้ชัดเจนบนภาชนะ

           เพื่อให้ผู้ซื้อรู้ว่าเป็นสินค้ามาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยแท้ ไม่มีการปลอมปน เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อว่า จะได้ซื้อข้าวหอมมะลิไทยแท้แน่นอน

            ที่สำคัญ ยังทำให้ผู้บริโภคแยกแยะข้าวหอมมะลิไทยออกจากข้าวชนิดอื่นของประเทศคู่แข่งได้ด้วย เพราะข้าวของประเทศอื่น มีคุณภาพ และราคาแตกต่างจากข้าวหอมมะลิไทยมาก

            ข้าวหอมมะลิไทย ถือเป็นมรดกของชาติ ที่น่าภาคภูมิใจ เชื่อว่า ผู้ส่งออกไทย ผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าว และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ จะช่วยกันรักษาคุณภาพมาตรฐานให้เป็นข้าวที่ดีที่สุดในโลกชั่วลูกชั่วหลาน


                                                              ฟันนี่เอส


                                1.พ.ค.57

วันอังคารที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2557

ลุ้นส่งออกกู้เศรษฐกิจไทย

       







               ปีนี้ เครื่องยนต์ที่ใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทั้งการลงทุนภาครัฐ-เอกชน การบริโภคในประเทศ การส่งออก และการท่องเที่ยว ไม่น่าจะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างโดดเด่นอีกแล้ว

               เพราะความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศ ที่เริ่มต้นจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองล้วนๆ จากเหตุพรรคการเมืองใหญ่ มีความคิดเห็นแตกต่างกัน จนลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งของคนทั้งประเทศนั้น

              ได้ก่อให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจตามมา เพราะไม่มีรัฐบาลใหม่ที่จะกำหนดนโยบายลงทุน เมื่อลงทุนภาครัฐไม่มี การลงทุนภาคเอกชนที่จะได้รับอานิสงส์จากการลงทุนภาครัฐก็ไม่เกิด ไม่สามารถกระจายรายได้ให้แรงงาน และกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายภาคประชาชนได้








          แล้วยังถูกซ้ำเติมด้วยการท่องเที่ยว ที่แม้นักท่องเที่ยวจะยังเดินทางมาเที่ยวไทย แต่จำนวนลดลง เพราะยังไม่มั่นใจในความปลอดภัย ซึ่งทำให้รายได้จากการท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ลดลงตาม

             น่าจะเหลือการส่งออก ที่ยังเครื่องติด เพราะเศรษฐกิจโลก และประเทศคู่ค้า อย่างสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น กำลังฟื้นตัว ประกอบกับ ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง จึงน่าจะทำให้มูลค่าการส่งออกไทยปีนี้ ขยายตัวได้ตามเป้าหมาย 5% จากปีก่อน

             ที่สำคัญจะเป็น พระเอก”  ขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ แต่ในอัตราเท่าไร 4%, 3%, 2%, 1% หรือติดลบ คงต้องลุ้นว่า ความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศ จะจบลงเมื่อไร และจบอย่างไร







           จากการได้พูดคุยกับ นางนันทวัลย์ ศกุนตนาคอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ทราบว่า กรมฯทำงานอย่างหนักร่วมกับภาคเอกชน เพื่อส่งเสริม และสนับสนุนผู้ส่งออก ให้เร่งส่งออกอย่างเต็มที่ ทำให้มูลค่าการส่งออกขยายตัวได้ตามเป้าหมาย

              และเพื่อให้มูลค่าที่ได้จากการส่งออก เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวให้ได้!! ดังนั้น จึงต้องงัดสารพัดมาตรการช่วยกระตุ้น โดยนอกจากจะโหมอัดกิจกรรมส่งออกอย่างต่อเนื่องแล้ว







            ยังจะเน้นผลักดันการส่งออกสินค้าเจาะลูกค้าเป็นรายกลุ่ม หรือสินค้าที่เป็นเทรนด์ใหม่ของโลก เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มฮิสแปนิก (เชื้อสายสเปน) ในสหรัฐฯ กลุ่มลูกค้าสถาบัน เช่น โรงแรม เรือสำราญ กลุ่มสินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีโอกาสส่งออกสูง รวมถึงจะส่งเสริมให้ผู้ผลิต/ผู้ส่งออกไทย ทำการค้าผ่านออนไลน์ โดยผ่านเว็บไซต์ thaitrade.com เพื่อเพิ่มช่องทางการค้าใหม่ๆ ที่เข้าถึงง่าย และกว้างขวางขึ้น

            ส่วนตลาดใหม่ อย่างอาเซียน จีน ตะวันออกกลาง ลาตินอเมริกา รัสเซียและซีไอเอส (ประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมของสหภาพโซเวียต) และแอฟริกา ได้ตั้งคณะทำงาน โดยให้ทูตพาณิชย์ที่เคยทำงานในประเทศนั้นๆ และกลับมาทำงานที่กรมฯแล้ว เป็นหัวหน้าคณะ มีภาคเอกชนเป็นคณะทำงานด้วย เพื่อวางแผนบุกเจาะเป็นรายประเทศ จากเดิมที่มีแผนบุกเป็นรายภูมิภาค

                นอกจากนี้ ยังมีแผนสร้างภาพลักษณ์สินค้าไทย ให้ตลาดใหม่รู้จักว่าไทยผลิตสินค้าใดได้บ้าง เช่น ยานยนต์ผลิตได้ปีละ 2 ล้านคัน เป็นผู้ผลิตและส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าในระดับโลก เป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลก ฯลฯ ซึ่งจะทำแผนประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ในต่างประเทศ เพื่อให้ส่งผลต่อการซื้อสินค้าไทยเพิ่มขึ้น

            คงต้องเอาใจช่วยให้การส่งออกปีนี้ขยายตัวได้ตามเป้าหมาย หรือมากกว่าเป้าหมาย ไม่เช่นนั้น เศรษฐกิจไทยคงลงเหวอีกครั้งเป็นแน่!!!

                                                                                

                                                                                                   ฟันนี่เอส

                                                               10 เม.ย.57